เรื่องเล่าสารพัดต้อ…ของผู้ใหญ่ลี

เป็นคนบ้านคำพอก อายุประมาณ 50 ปีกว่าๆ ใครๆถามถึงอายุ แกก็ตอบแบบนี้มาหลายปีแล้ว เพราะความมีอัธยาศัยดีประกอบกับชอบคุยเล่น และชอบช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ใครๆก็ชอบแกและก็เลยเรียกแกว่า ผู้ใหญ่ลี ตามละครทีวีที่กำลังนิยมในขณะนั้น ซึ่งแกก็บอกว่าชอบ เพราะฟังดูแล้วโก้ดี เราก็เลยเรียกแกว่า ผู้ใหญ่ลี เช่นกัน

นายคำลี รักถิ่นไทย เป็นคนบ้านคำพอก อายุประมาณ 50 ปีกว่าๆ ใครๆถามถึงอายุ แกก็ตอบแบบนี้มาหลายปีแล้ว เพราะความมีอัธยาศัยดีประกอบกับชอบคุยเล่น และชอบช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ใครๆก็ชอบแกและก็เลยเรียกแกว่า ผู้ใหญ่ลี ตามละครทีวีที่กำลังนิยมในขณะนั้น ซึ่งแกก็บอกว่าชอบ เพราะฟังดูแล้วโก้ดี เราก็เลยเรียกแกว่า ผู้ใหญ่ลี เช่นกัน

A9825306-2
ผู้ใหญ่ลีเล่าเรื่องราวของแกให้ฟัง มาลองฟังกันดูนะคะ

เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว ผู้ใหญ่ลี ตื่นแต่เช้าเพื่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลในตัวเมือง แกบอกว่าโชคดีที่แกมาถึงแต่เช้า คิวไม่เยอะ นั่งรอสักพักก็ได้ตรวจ แกเล่าอาการให้หมอฟังว่า มีอาการเคืองตา แสบตา น้ำตาไหล มาหลายเดือนแล้ว ยิ่งตอนนี้ตาเริ่มแดงแล้วก็คันด้วย หมอฟังแล้วก็บอกแกว่าเป็นต้อ__ หมอจะจ่ายยาหยอดตาให้ แกเลยลาหมอแล้วออกมารอรับยา

ระหว่างรอรับยา ผู้ใหญ่ลีได้พบกับป้าน้อย เป็นคนขายขนมหวาน ป้าน้อยไม่มีร้านของตัวเอง ต้องเข็นรถออกเดินขายขนมตามหมู่บ้าน คุยกันไปคุยกันมา ก็รู้ว่าป้าน้อยเป็นต้อกระจก แต่หมอบอกยังไม่ต้องผ่าตา หมอจ่ายยาหยอดตาให้ป้าน้อย แล้วแนะนำให้ป้าน้อยใส่แว่นตาป้องกันแสงแดดด้วยเพราะต้องทำงานกลางแจ้ง ป้าน้อยเลยถามผู้ใหญ่ลีว่าตาผู้ใหญ่ลีเป็นอะไร ผู้ใหญ่ลีตอบว่าต้อ..เอ่อ ( แกจำไม่ได้เพราะตอนที่หมอบอก แกกำลังชวนหมอคุย และแกก็คิดว่าต้อมันมีอย่างเดียว) ไม่ทันได้ตอบป้าน้อย พยาบาลก็เรียกป้าน้อยไปรับยาเสียแล้ว พลันสายตาแกเหลือบไปเห็นบอร์ดความรู้เรื่อง ‘สารพัดต้อต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน’ กำลังจะเดินเข้าไปอ่าน พยาบาลก็เรียกผู้ใหญ่ลีไปรับยาซะก่อน เลยไม่ได้อ่านกัน

พอรับยาเสร็จ จะเดินกลับมาอ่านเรื่องสารพัดต้อซะหน่อย แม่บุญมา ภรรยาสุดที่รักก็โทรมาบอกให้กลับบ้านด่วน เพราะญาติแกตาบอด จะรีบไปเยี่ยม ผู้ใหญ่ลีจึงรีบกลับ

ระหว่างนั่งรถประจำทางกลับบ้านคำพอก ผู้ใหญ่ลีพบกับครูทองสวย ใส่แว่นกันแดดอันเบ้อเร่อ ดูแล้วเหมือนนางเอกละคร ครูทองสวยบอกว่าเป็นต้อลม หมอสั่งให้ใส่แว่นกันลม กันฝุ่นเอาไว้ ตาจะได้ไม่เคือง พอรถถึงปากทางเข้าหมู่บ้านผู้ใหญ่ลีก็ลาครูทองสวย และลงจากรถ

จากปากทางหมู่บ้าน เดินไปบ้านผู้ใหญ่ลี 5 นาทีก็ถึง ระหว่างเดินเข้าบ้าน ผู้ใหญ่ลีเจอตาทิมขับรถมอเตอร์ไซด์ผ่านมา หยุดคุยกันได้ซักพัก ก็รู้ว่าตาทิมเป็นต้อเนื้อ กำลังจะเข้าเมืองไปซื้อของและจะแวะซื้อแว่นกันแดดดีๆสักอัน ตาทิมแกได้ชื่อว่าเป็นสิงห์มอเตอร์ไซด์มาตั้งแต่วัยรุ่นและยังชอบกินเนื้อเป็นชีวิตจิตใจ

เดินมาสักพักก็ถึงบ้าน ยังไม่ทันจะขึ้นบันไดบ้าน เสียงแม่บุญมาก็ตะโกนมาถามแล้วว่า “หมอบอกว่าเป็นอะไร” แกนึกไปนึกมาต้อลม ครูทองสวยก็เป็นแล้ว .. ต้อเนื้อ แกไม่กินเนื้อเหมือนตาทิม แกคงไม่เป็นหรอกต้อกระจก ป้าน้อยก็เป็นแล้ว เอาละวาเหลือต้อหิน คงไม่ผิดแน่ แกเลยตะโกนบอกไปว่า “เป็นต้อหิน” พอสิ้นเสียงคำตอบ เสียงโครมดังขึ้นบนบ้าน แกรีบวิ่งขึ้นไปดู เห็นแม่บุญมานั่งเข่าอ่อนเหมือนคนจะเป็นลม ผู้ใหญ่ลีรีบถามว่าเป็นอะไร แม่บุญมาบอกว่าต้อหินที่ผู้ใหญ่ลีเป็นนะ ญาติแกเพิ่งตาบอดไปเมื่อวาน กำลังจะไปเยี่ยม!!!!

คุณผู้อ่านอยากทราบมั้ยคะว่าผู้ใหญ่ลี ตกลงแล้วเป็นต้ออะไรกันแน่ เรามาลองดูภาพดวงตาของผู้ใหญ่ลีกัน

 

 

อาการของผู้ใหญ่ลี มีอาการเคืองตา แสบตา น้ำตาไหล มาหลายเดือนแล้ว ยิ่งตอนนี้ตาเริ่มแดงแล้วก็คันด้วย

y1

 

ลองอ่านบทความข้างล่าง แล้วมาทำความเข้าใจไปพร้อมๆกันนะคะ

ต้อลม

เป็นการเสื่อม (Degeneration) ของเยื่อบุตา เกิดจากการระคายเคืองเรื้อรังจาก แสงแดด ลม ฝุ่น มักพบที่บริเวณหัวตาและหางตา โดยมากพบที่หัวตา และมักเป็นทั้งสองตา

ลักษณะของต้อลม

มักเห็นเป็นก้อนนูนใสๆ หรือ สีขาวเหลือง บริเวณเยื่อตาขาว

วิธีการป้องกัน

หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดการระคายเคือง เช่น แสงแดด ลม ฝุ่น กรณีที่จำเป็นต้องทำงานในสภาพแวดล้อมดังกล่าวให้ใส่แว่นตากันแดดป้องกัน สำหรับผู้ที่มีอาการเคืองตาให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดเพื่อลดอาการระคายเคือง

 

 

y2

ต้อลม

ในกรณีของครูทองสวยที่เป็นต้อลมนั้น คุณครูได้ปฎิบัติตัวถูกต้องโดยใส่แว่นกันแดดเพื่อป้องกัน ลม ฝุ่น เวลานั่งรถโดยสาร เพราะสภาพแวดล้อมที่บ้านคำพอกนั้น ฝุ่นเยอะเนื่องจากถนนบางช่วงเป็นดินลูกรัง และที่คุณครูเลือกใส่แว่นอันใหญ่เพื่อจะได้คลุมตาได้หมด

 

ต้อเนื้อ

เป็นการเสื่อม(Degeneration) ของเยื่อบุตา เกิดจากการระคายเคืองเรื้อรังจากแสงแดด(ที่มีรังสีอัลตร้าไวโอเลต) ลม ฝุ่น มาเป็นระยะเวลานาน ส่วนมากพบที่บริเวณหัวตา

ลักษณะของต้อเนื้อ

เห็นเป็นเนื้อเยื่อสีชมพูรูปสามเหลี่ยม มีเส้นเลือดมาเลี้ยงบริเวณรอบๆ มักพบที่เยื่อตาขาวทางด้านหัวตา เมื่อเป็นนานๆ ต้อเนื้อจะลามเข้าไปในบริเวณตาดำผู้ป่วยมักมีอาการ เคืองตา แสบตา น้ำตาไหล โดยเฉพาะเวลาโดนลม หากมีอาการต้อแดงอักเสบ จะมีอาการคันร่วมด้วย

วิธีการป้องกันและรักษา

หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดการระคายเคืองเช่น แสงแดด ลม ฝุ่น กรณีที่จำเป็นต้องทำงานในสภาพแวดล้อมดังกล่าวให้ใส่แว่นตาป้องกัน(แว่นที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเลต) สำหรับท่านที่มีอาการระคายเคืองตา ให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดเพื่อลดอาการระคายเคือง กรณีที่เป็นมาก เช่น ต้อเนื้อลามเข้าตาดำมากกว่า 2มม. หรือ การมองเห็นแย่ลง หรือมีภาพซ้อนเมื่อกลอกตาร่วมกับมีอาการต้อแดงอักเสบ จำเป็นต้องพบจักษุแพทย์เพื่อทำการตัดชิ้นต้อเนื้อออก

อย่างไรก็ตาม เมื่อตัดชิ้นต้อเนื้อออกแล้ว หากไม่ป้องกันดวงตาจากสิ่งกระตุ้น อันได้แก่ รังสีอัลตร้าไวโอเลตจากแสงแดด ลมและฝุ่นต้อเนื้อก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

 

y3 y1 y5

 

 

 

 

 

ต้อเนื้อระยะเริ่มต้น-ต้อเนื้อระยะกลาง-ต้อเนื้อระยะท้าย

จำเป็นต้องลอกต้อเนื้อ

จากกรณีของผู้ใหญ่ลี ผู้ใหญ่ลีเป็นต้อเนื้อระยะกลาง เนื่องจากผู้ใหญ่ลีอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีลมและฝุ่นมาก มาเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้ผู้ใหญ่ลียังชอบช่วยเหลือชาวบ้านทำงานกลางแจ้งบ่อยๆ แต่ไม่เคยใส่แว่นตาป้องกันดวงตาจากรังสีอัลตร้าไวโอเลตที่มีในแสงแดด จึงทำให้เกิดการระคายเคืองเรื้อรังและกลายเป็นต้อเนื้อในที่สุด และเป็นที่มาของอาการ “ เคืองตา แสบตา น้ำตาไหล มาหลายเดือน ยิ่งตอนนี้ตาเริ่มแดงแล้วก็คันด้วย

กรณีของตาทิมที่เป็นต้อเนื้อ ก็เพราะตาทิมเป็นสิงห์มอเตอร์ไซด์มานาน ชอบขี่รถปะทะลมและฝุ่นบ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางวันที่แดดแรง

 

ต้อกระจก

คือภาวะที่เลนส์แก้วตาขุ่นจากสาเหตุต่างๆ เช่น แสงแดดที่มีรังสีอัลตร้าไวโอเลต อายุที่มากขึ้น เป็นมาแต่กำเนิด เกิดภายหลังอุบัติเหตุ ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ผู้ที่เป็นโรคทางกายบางโรค เช่น เบาหวาน เป็นต้น แต่ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดต้อกระจกที่พบบ่อยในปัจจุบันคือ แสงแดด

ลักษณะและอาการของต้อกระจก

เมื่อใช้ไฟฉายส่อง จะเห็นบริเวณรูม่านตาขุ่นขาว เนื่องจากมีการขุ่นขาวของเลนส์แก้วตา คนไข้จะมีอาการตามัวลงช้าๆ แต่ไม่มีอาการปวดตา และเมื่อมองแสงสว่างคนไข้มักจะบ่นว่าเหมือนมีหมอกหรือมีฝ้าขาวมาบัง

บุคคลที่มักพบเป็นโรคต้อกระจก

ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการเชื่อมที่ต้องใช้ไฟแรงๆ ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น ชาวไร่ ชาวนา วิศวกรคุมงานกลางแจ้ง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เป็นต้น

วิธีป้องกันและรักษา.

สำหรับผู้ที่ทำงานกลางแจ้งให้ใส่แว่นตากันแดดที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสีอัล

ตร้าไวโอเลต เพื่อป้องกันดวงตาของท่าน

สำหรับผู้ป่วยเบาหวานต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้คงที่ เพราะการมีน้ำตาลในเลือดสูง จะส่งผลให้มีการสะสมน้ำตาลที่เลนส์แก้วตาและทำให้กระบวนการเผาผลาญอาหาร(Metabolism) ที่เลนส์แก้วตาขาดความสมดุลย์ เร่งให้เกิดต้อกระจกเร็วขึ้น ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานจึงควรรักษาสุขภาพกายไปด้วยพร้อมกันและควรตรวจตาอย่างน้อยปีละครั้ง หรือ ตามกำหนดเวลาที่แพทย์นัดหมาย

สำหรับผู้สูงอายุทั่วไปควรตรวจตาอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อสุขภาพตาที่ดี

 

y6

ต้อกระจก

กรณีของป้าน้อยที่เป็นต้อกระจก เพราะป้าน้อยทำงานขายขนมหวานกลางแจ้ง แต่ไม่ได้ใส่หมวกปีกกว้างหรือแว่นตา (ที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเลต ) เพื่อป้องกันดวงตาเลย ดังนั้นเลนส์แก้วตาจึงดูดซับรังสีอัลตร้าไวโอเลตไว้มาก จึงทำให้เลนส์แก้วตาเสื่อมเร็ว และกลายเป็นต้อกระจกในที่สุด

 

ต้อหิน คือ ภาวะที่ขั้วประสาทตา (optic disc) ถูกทำลาย และมีการสูญเสียของลานสายตา(visual field) โดยมี ความดันตา (intraocular pressure) สูง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ

ความดันตาเฉลี่ยของคนปกติ จะอยู่ระหว่าง 10-20 มม.ปรอท ดังนั้นหากพบผู้ใดมีความดันตาสูงกว่า 20 มม.ปรอท โดยที่ยังมี ขั้วประสาทตาและลานสายตาปกติ เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ผู้เฝ้าระวังต้อหิน(Glaucoma suspect) และคนกลุ่มนี้ควรได้รับการตรวจต้อหินอย่างละเอียดและติดตามการเปลี่ยนแปลงของตาอย่างใกล้ชิดโดยจักษุแพทย์ เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นต้อหินมากกว่าคนที่มีความดันตาปกติ

คนที่เป็นต้อหินมักมีความดันตามากกว่า 30 มม.ปรอท โรคนี้เมื่อเป็นแล้วประสาทตาจะไม่กลับคืนมาเป็นปกติ แม้ว่าความดันตาจะลดลงในภายหลัง อย่างไรก็ตาม ต้อหินบางชนิดสามารถป้องกันได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงที

ความดันตาสูงขึ้นได้อย่างไร

ภายในลูกตาของเรา จะมีน้ำ aqueous humor (ผลิตโดยciliary process)ซึ่งเป็นแหล่งอาหารมาหล่อเลี้ยงอวัยวะภายในตา การไหลเวียนของสารน้ำนี้มีทิศทางการไหลจากช่องหลังลูกตา (posterior chamber) ผ่านรูม่านตา( pupil) ไปสู่ช่องหน้าลูกตา (anterior chamber ) แล้วจะระบายออกจากตาโดยผ่านมุมม่านตา (Iridocorneal

angle) ดูรูปประกอบตามลูกศรสีส้ม

 

y7

 

ดังนั้น หากมุมม่านตาแคบหรือมีปัจจัยใดที่ ทำให้การไหลเวียนไม่สะดวก ย่อมส่งผลต่อความดันตาที่สูงขึ้น นอกจากนี้หากมีการผลิต aqueous humor มากเกินไป แต่มุมม่านตากว้างปกติ ก็ย่อมทำให้ความดันตาสูงขึ้นได้เช่นกัน

เราจะแบ่งต้อหิน(primary glaucoma) ออกเป็น 2 ชนิด ตามลักษณะมุม Iridocorneal angle (มุมที่เป็นทางระบายน้ำ aqueous humor ออกจากตา)

ดังนี้

1ต้อหินมุมเปิด คนไข้จะไม่มีอาการปวดตาในระยะแรก การดำเนินโรคจะค่อยเป็นค่อยไป แต่จะมีความดันตาสูงโดยตลอด และมักเป็นทั้ง 2 ตา เมื่อตรวจตาภายหลัง จะพบว่าขั้วประสาทตาถูกทำลาย (C/D ratio > 0.5) หรือ ต่างกันมากกว่า 0.2 ในตาทั้ง 2 ข้าง

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดต้อหินชนิดนี้

พันธุกรรม ผู้ที่มีญาติใกล้ชิด บิดา มารดา เป็นต้อหินชนิดนี้

คนที่มีความดันตาสูงกว่า 20 มม.ปรอท

คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับการไหลเวียนเลือด

เบาหวาน

สายตาสั้น

2.ต้อหินมุมปิด แบ่งเป็นชนิดเฉียบพลัน และ ชนิดเรื้อรัง

ต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน ต้อหินชนิดนี้ เป็นภาวะรีบด่วนทางตา หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องและทันเวลา ตาอาจบอดได้ คนไข้จะมีอาการปวดตา หรือ ปวดศรีษะข้างนั้นมาก ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตามัว เห็นแสงสีรุ้งรอบดวงไฟ ตรวจพบตาแดง (ciliary injection) รูม่านตาขยาย (pupil fixed semidilate) พบมุมม่านตาแคบ คลำตาบริเวณเปลือกตาบนจะแข็งและตึงมาก ( ความดันตาสูงมากกว่า 30 มม.ปรอท)

แต่ขั้วประสาทตายังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ต้อหินมุมปิดเรื้อรัง คนไข้มักไม่มีอาการ มุมม่านตาปิดเป็นหย่อมๆ ความดันตาค่อยๆสูงขึ้น ขั้วประสาทตามีรอยบุ๋ม ลานสายตาแคบลง มุมม่านตาแคบ

 

อย่างไรก็ตาม ต้อหินยังพบได้ในคนที่ใช้ยาไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ที่ชอบซื้อยาหยอดตามาใช้เอง คนไข้ที่ใช้ยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของคอร์ติโคสเตียรอยด์มาเป็นเวลานาน อาจทำให้ความดันตาสูงขึ้นได้ มีโอกาสเป็นต้อหินได้มากกว่าคนทั่วไป ดังนั้นจึงควรใช้ยาด้วยความระมัดระวัง และใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น และที่สำคัญก่อนใช้ยาหยอดตา ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก่อนนะคะ